Showing posts with label สิว. Show all posts
Showing posts with label สิว. Show all posts

มะเขือเทศรักษาสิว เคยลองกันรึยัง???

วิธีรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติที่จะมาแนะนำในวันนี้คือการใช้มะเขือเทศรักษาสิว ซึ่งมะเขือเทศเป็นสิ่งที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป การรักษาสิวด้วยมะเขือเทศสามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่เป็นอันตรายเนื่องจากใช้วัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติล้วนๆ เหตุผลที่คิดว่ามะเขือเทศสามารถช่วยรักษาสิวได้ก็คือ ในมะเขือเทศนั้นจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ นอกจากนั้นมะเขือเทศยังอุดมไปด้วยวิตามิน ซี และวิตามัน เอ รวมไปถึงมะเขือเทศจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ทำให้สามารถช่วยรักษาสิวได้

มะเขือเทศรักษาสิว
มะเขือเทศรักษาสิว
สำหรับสูตรมะเขือเทศรักษาสิวที่นำมาแนะนำในวันนี้สามารถทำได้หลายรูปแบบ ดังนี้

1. บดมะเขือเทศ 1 ลูกให้ละเอียด จากนั้นนำมะเขือเทศที่ได้มาพอกหน้า ทั้งบริเวณที่มีสิวและไม่มีสิว จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ  1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นเช็ดหน้าให้แห้ง ทำต่อเนื่องกันประมาณ 1 สัปดาห์ จะช่วยแก้สิวได้

2. สูตรมะเขือเทศกระชับรูขุมขน สามารถทำได้ง่ายๆ คือ นำน้ำมะเขือเทศประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมะนาวประมาณ 2-4 หยด จากนั้นใช้ สำลีก้อนชุบส่วนผสมดังกล่าวแล้วทาและขัดให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่น

3. สูตรมาร์คหน้าด้วยมะเขือเทศและอาโวกาโด้ ทำความสะอาดผิวหน้าง่ายๆ ด้วยการบดมะเขือเทศกับอาโวกาโด้ให้เข้ากัน จากนั้นนำไปทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรือ น้ำเย็นก็ได้ เช็ดหน้าให้แห้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

4. ลดความมันของใบหน้าโดยการผ่ามะเขือเทศครึ่งลูก จากนั้นนำมะเขือเทศสดๆ ทาให้ทั่วหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดสิว หรือบริเวณที่หน้ามันๆ จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น และเช็ดหน้าให้แห้ง

5. สูตรรักษาสิวด้วยมะเขือเทศและแตงกวา นำแตงกวามา 1 ลูก จากนั้น นำไปหั่นบางๆ และสับให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำแตงกวาแล้วกรองแยกใส่ชามเอาไว้ จากนั้นนำมะเขือเทศมา 1 ลูกหั่นให้ละเอียด แล้วคั้นเอาแต่น้ำเช่นกัน นำน้ำแตงกวาและน้ำมะเขือเทศมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีก้อนชุบทาและขัดให้ทั่วบริเวณผิวหน้า แล้วล้างออก เช็ดหน้าให้แห้ง

6. สูตรมาร์คหน้าด้วยมะเขือเทศและโยเกิร์ต หั่นมะเขือเทศมาครึ่งลูก จากนั้นสับให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับโยเกิร์ตประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตรมะเขือเทศรักษาสิวตามรายละเอียดด้านบน ถ้าใครสนใจก็ลองนำไปทำดู ถ้าได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไง ช่วยกลับมาแนะนำหรือแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ด้วยน่ะ หากชอบ Blog นี้ จะขอให้ช่วยกด like กด share ให้ด้วยน่ะ ทีมงานจะได้มีน้ำใจหาข้อมูลดีๆ มาฝาก

ส่วนการรักษาสิวธรรมชาติ นอกจากมะเขือเทศที่สามารถช่วยรักษาสิวได้แล้ว ยังมีพืชสมุนไพรตัวอื่นๆ ที่สามารถนำมาแก้สิว ลดสิวได้ เช่น กระเทียมรักษาสิว ที่เราพูดถึงเมื่อโพสที่แล้ว หอมแดงรักษาสิวก็เป็นอีกทางเลือกนึง ขมิ้นรักษาสิว และแตงกวารักษาสิว เป็นต้น

มาดู! สูตรกระเทียมรักษาสิว ไม่ลอง ไม่รู้

ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยใดระบุได้ว่ากระเทียมรักษาสิวได้อย่างเห็นผลชัดเจน แต่ว่าจากการบอกต่อๆ กันมาของคนที่ทดลองนำกระเทียมมารักษาสิวแล้วพบว่ามันได้ผลจริงๆ ทำให้การนำสูตรกระเทียมรักษาสิวนิยมกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่เชื่อว่ากระเทียมมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราหรือไวรัส และในกระเทียมยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็นผลให้กระเทียมสามารถที่จะแก้สิวได้ วิธีที่จะทำให้เราทราบว่ากระเทียมรักษาสิวได้จริงหรือไม่ก็คือ เราต้องทดลองทำเอง วันนี้เรามีสูตรการใช้กระเทียมสดรักษาสิวมาแนะนำเพื่อนๆ ลองนำไปทดลองใช้ดูกันได้ ถ้าได้ผลอย่างไรก็นำมาแชร์ให้เพื่อนได้รู้ด้วยก็จะดีมากเลย

กระเทียมรักษาสิว

สูตรน้ำกระเทียมรักษาสิว

ขั้นตอนที่ 1: นำกระเทียมมาประมาณ 2-3 กลีบ
ขั้นตอนที่ 2: บดหรือทุบกระเทียมให้ละเอียดจากนั้นนำมาคั้นให้ได้น้ำกระเทียม กรองเอากากออก
ขั้นตอนที่ 3: นำน้ำกระเทียมที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นสิว และบริเวณรอบๆ ที่เป็นสิวด้วย โดยกระเทียมจะสามารถป้องกันไม่ให้สิวเกิดเพิ่มขึ้นอีกได้
ขั้นตอนที่ 4: เมื่อทาน้ำกระเทียมทั่วบริเวณที่ต้องการแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นล้างออก อย่าทิ้งไว้นานหรือทิ้งไว้ค้างคืน เนื่องจากในกระเทียมจะมีสารบางอย่างที่มีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังไหม้ได้
ขั้นตอนที่ 5: ทาน้ำกระเทียมทุกวันจนกว่าสิวจะหาย เมื่อหายแล้วสามารถทำต่อเนื่องได้ทุกวัน เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดสิวอีกครั้ง น้ำกระเทียมที่เหลือจากการใช้งานสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้

สูตรกระเทียมกับน้ำส้มสายชู(White Vinegar) รักษาสิว

ขั้นตอนที่ 1: นำกระเทียมมาประมาณ 2-3 กลีบ บดหรือทุบกระเทียมให้ละเอียดจากนั้นนำมาคั้นให้ได้น้ำกระเทียม กรองเอากากออก
ขั้นตอนที่ 2: ผสมน้ำส้มสายชู(White Vinegar) ในปริมาณที่เท่าๆ กับน้ำกระเทียมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1จากนั้นผสมให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 3:นำสำลีก้อนมาชุบส่วนผสมที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 แล้วนำมาขัดบริเวณที่เป็นสิว น้ำส้มสายชูจะช่วยปรับสภาผิวให้ดีขึ้น ส่วนสารต่อต้านอนุมูลอิสระในกระเทียมจะช่วยลดการติดเชื้อบริเวณที่เป็นสิวและรักษาผิวหน้าให้หายจากสิว

ทดลองนำไปใช้แก้สิวดูว่าจะได้ผลหรือไม่ ใครลองทำดูแล้วก็มาบอกต่อกันบ้างน่ะ ไม่แน่วิธีรักษาสิวด้วยกระเทียมอาจจะได้ผลกับคุณก็ได้ ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองเยอะแยะเข้าร้านรักษาสิวแพงๆ ต่างๆ

สูตรมาร์คหน้ารักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์ (ข้าวโอ๊ต)

สูตรมาร์คหน้ารักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์ หรือที่บ้านเราเค้าเรียกว่า "ข้าวโอ๊ต" เป็นสูตรรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว วิธีรักษาสิววิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ โดยสามารถทำเองได้ที่บ้าน การรักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์วิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีลดสิวให้น้อยลงแล้ว หากเราทำเป็นประจำจะช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์เหมือนผิวเด็กอีกด้วย กรรมวิธีในการเตรียมไม่ยุ่งยากอะไรมากนัก เรามาดูกันเลยครับ

สูตรมาร์คหน้ารักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์ (ข้าวโอ๊ต)


ก่อนที่จะไปดูสูตรมาร์คหน้าด้วยข้าวโอ๊ต สำหรับเพื่อนที่ยังไม่ได้กด like ก็ขอรบกวนเวลาซักนิดน่ะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงาน หาข้อมูลดีๆ มาฝากเรื่อยๆ นอกจากนี้ท่านที่กด like จะได้รับข้อมูลข่าวสารจาก blog ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้พลาดสูตรเด็ดๆ ในการรักษาสิว และผิวพรรณ กด like ตาม link ด้านล่างได้เลยครับ


ส่วนผสมสูตรมาร์คหน้ารักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์ มีดังนี้ครับ


โอ๊ทมีลล์บดให้ละเอียด                             1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ตสด                                                 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง                                                      2-3 หยด

วิธีการทำ

  • ผสมโยเกิร์ตและโอ๊ทมีลล์ลงในถ้วยจากนั้นคนให้เข้ากัน
  • อุ่นน้ำผึ้งให้ร้อนเล็กน้อย วิธีการคือ นำช้อนไปต้มในน้ำร้อนซักประมาณ 1-2 นาที จากนั้นนำช้อนขึ้นมาและหยดน้ำผึ้งลงบนช้อนประมาณ 2-3 หยด
  • นำน้ำผึ้งที่ได้ลงไปคนผสมให้เข้ากันกับโยเกิร์ตและโอ๊ทมีลล์ที่เราเตรียมเอาไว้ เมื่อเข้ากันดีแล้วก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

วิธีการใช้

นำส่วนผสมที่เราเตรียมไว้มาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด ใช้ผ้าอุ่นๆ ซับหน้าให้แห้ง หลังจากนั้นก็ทาด้วย moisturizer เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ควรทำติดต่อกันเป็นประจำจะช่วยรักษาสิวบนใบหน้าให้ลดน้อยลง และทำให้ใบหน้านุ่มนวลเหมือนผิวเด็ก

หากใครนำไปทดลองใช้แล้วได้ผลดี ไม่ดีอย่างไร อย่าลืมนำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังด้วยน่ะครับ สำหรับวันนี้คงมีเพียงเท่านี้ แล้วเจอกันใหม่ครับ

รักษาสิวที่หลังด้วยเกลือทะเล(Sea salt)

พอดีมีเพื่อนคนนึงเค้าแนะนำมาน่ะครับว่าเค้าเป็นสิวที่หลังเยอะมาก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสาเหตุมันเกิดมาจากอะไร แต่เพื่อนเค้าสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะเค้าไว้ผมยาว และผมก็มัน อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวที่หลัง นี่เป็นข้อสงสัยเฉยๆ น่ะครับ ไม่รู้ว่าถูกต้องรึป่าว จากที่เค้ามีปัญหาเรื่องสิวที่หลัง เพื่อนผมลองหาวิธีรักษาดู ก็ไปพบกับสูตรรัักษาสิวที่หลังสูตรนึงครับ คือการรักษาสิวที่หลังด้วยเกลือทะเล อย่างเพิ่งดูถูกไปน่ะครับ สรรพคุณของเกลือนี่ไม่น้อยเลยน่ะครับ เกลือทะเลท่านหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปน่ะครับ

วิธีการที่เพื่อนผมเค้าทำคือ นำเกลือทะเลที่เราซื้อมาเนี่ยมาละลายกับน้ำอุ่นครับ จากนั้นนำไปใส่ขวดสเปรย์ฉีดให้ทั่วบริเวณแผ่นหลัง ปล่อยไว้ให้แห้งแล้วล้างออก ทำทุกวันหลังจากอาบน้ำเสร็จ ช่วงนี้อย่างเพิ่งใช้พวก moisturizer หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีใดๆ น่ะครับ หลังจากทำอย่างนี้ทุกวัน ท่านจะเห็นความแตกต่าง ว่าสิวที่หลังเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเพียงไม่กี่วัน
รักษาสิวที่หลังด้วย sea salt
รักษาสิวที่หลังด้วย sea salt

ข้อแนะนำน่ะครับ สำหรับใครที่มีผมยาวๆ ก็ควรที่จะตัดให้สั้นลงบ้าง หมั่นดูแลเส้นผมให้สะอาด โดยเลือกใช้พวกแชมพูที่มีคุณสมบัติเป็นยา พวกนี้หาได้ทั่วไปตามท้องตลาดครับ

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิวที่หลังอยู่ กำลังหาวิธีรักษาสิวที่หลัง ก็ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูบ้างน่ะครับ ได้ผล ไม่ได้ผลยังงัยก็มาบอกกันบ้างน่ะครับ ถ้าหากคิดว่าเทคนิคนี้เป็นประโยชน์ก็รบกวน กด Like กด Share ให้ด้วยน่ะครับ ไม่ขอไรมาก ขอบคุณครับ

ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ช่วยรักษาสิวได้จริงหรือไม่?

คำถาม: ดื่มน้ำเยอะๆ สามารถรักษาสิว หรือป้องกันสิวได้จิงหรือไม่? และ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยให้ผิวหน้าสะอาด ใส จริงหรือไม่?

คำตอบ: คำตอบคือ ไม่ ในทางทฤษฏีฟังแล้วเหมือนดูดี แต่จริงๆ แล้วมันยังไม่ถูกต้องเท่าไหร่ เพราะยังไม่มีการศึกษาตามหลักวิชาการใดๆ พิสูจน์ได้ว่าการดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะทำให้ผิวสะอาด ใส และสุขภาพดี มันเป็นเพียงความเชื่อที่พูดต่อๆ กันมาเพียงเท่านั้น

ดื่มเมื่อตอนกระหายน้ำ
การดื่มน้ำควรดื่มเมื่อคุณกระหายน้ำ หากคุณไม่กระหายน้ำ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดื่ม


ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว
ปัจจัยที่ทำสิวเกิดมากขึ้นได้แก่ ความเครียด ภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร

การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญ
แม้ว่าเราจะไม่จำเป็นจะต้องดื่มน้ำให้ครบวันละ 8 แก้ว แต่เราก็ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการ เพราะน้ำถือว่าเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถขาดได้ สำหรับใครที่กำลังดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น น้ำถือว่าเป็นเครื่องดื่มหลักที่ควรดื่ม มากกว่าพวกเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือน้ำอัดลม

ที่มา: http://healing.about.com/od/diets/f/acne-water.htm

วิธีรักษาสิวอุดตันให้อยู่หมัด

วันนี้ทางทีมงานมีวิธีรักษาสิวอุดตันอย่างถูกวิธีมานำเสนอน่ะครับ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสิวอย่างใกล้ชิดด้วยน่ะครับ เพราะผิวแต่ละคนจะตอบสนองต่อวิธีการรักษา และยารักษาสิวต่างๆ ได้ไม่เหมือนกัน

1. ครีมทาสิวอุดตัน กลุ่ม Tretinoin( Retin-A) เป็นยาที่เหมาะสมและใช้กันแพร่หลาย มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1 % อาจอยู่ในรูปของครีม เจล หรือน้ำ โดยพบว่ายิ่งความเข้มข้นสูง ยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่ก็จะระคายเคืองผิวหน้า และทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุย ถ้าความเข้มข้นสูง แต่การละลายเคืองอาจน้อยลง ถ้าล้างหน้าก่อนทายา 10-15 นาที

2. ยารับประทานกลุ่ม retinoids เช่น Roaccutane,Isotretionoin ช่วยลดปัญหาผิวมัน และละลายสิวอุดตันได้ดี ทั้งที่ใบหน้าและสิวตามลำตัว

3. ยาลอกขุย (Keratolytic agents) และยาทำให้ผิวแห้ง เช่น Salicylic acid ,Resorcinol,Sulphur,Aluminium oxide มักช่วยลอกขุย และทำให้สิวแห้งและหลุดออก มักใช้เป็นส่วนผสมของแป้งน้ำทาสิว( acne lotions)

4. การกดสิวอุดตัน มักจะทำได้เฉพาะกลุ่มสิวอุดตันหัวเปิด (สิวหัวดำ) เพราะจะหลุดออกได้ง่าย และควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นภายหลัง

5. การทำ Peeling ด้วย 30-50% TCA,PHA จะช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง ผนังสิวบางลง ทำให้สิวอุดตันฝ่อตัว และหลุดออกได้ง่าย

6. การทำ Iontophresis มักใช้ร่วมกับยากลุ่ม Tretionoin เพื่อช่วยผลักยาให้ซึมลงลึกไปละลายสิวอุดตันได้ดีกว่า การทายาปกติ

7. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion) พบว่าทำให้หัวสิวอุดตันหลุดออกได้ง่าย ทำให้หัวสิวเปิดออกเพื่อกดออกภายหลังได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง และสีผิวขาวขึ้น เรียบเนียนขึ้นได้ด้วย

หวังว่าแนวทางในการรักษาสิวอุดตันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องสิวอุดตันอยู่บ้างน่ะครับ ขอให้หายไวๆ น่ะครับทุกคน

วิธีป้องกันการเกิดสิวอย่างเห็นผลชัดเจน

 วิธีป้องกันการเกิดสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

สิวเป็นปัญหาที่ก่อกวนใจหลายๆ คน เพราะถ้าเป็นสิวมากๆ ก็อาจทำให้อาย ไม่ก็ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองไปเลย สำหรับคนที่กำลังประสบปัญหาเรื่องสิวอยู่นั้น ส่วนมากจะได้รับคำแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาโดยใช้ยารักษาสิวต่างๆ ที่มีอยู่ตามท้องตลาด จริงๆ แล้วยังมีวิธีป้องกันการเกิดสิวด้วยวิธีธรรมชาติอีกวิธีนึง ซึ่งเห็นผลชัดเจนไม่แพ้วิธีรักษาสิวด้วยยารักษาสิว บางครั้งการรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติอาจจะเห็นผลมากกว่าการใช้ยาหรือครีมรัีกษาสิวด้วยซ้ำ บางครั้งสิ่งที่ร่างการของเราต้องการทั้งหมดก็คือการควบคุมสารอาหารในร่างกายให้สมดุลและการดูแล รักษาผิวที่ถูกต้อง วันนี้เรามีวิธีป้องกันการเกิดสิวดีๆ มาแนะนำให้เพื่อนได้ลองปฏิบัติตามกัน ถ้าหากสามารถปฏิบัติได้ตามวิธีป้องกันการเกิดสิวที่แนะนำในวันนี้ คาดว่าจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นประมาณ 4 สัปดาห์ เรามาดูกันเลยครับ

  • ใช้น้ำผึ้งพอกหน้าอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง โดยน้ำผึ้งนี้จะมีส่วนช่วยให้ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ทำให้หน้าสะอาด กำจัดสิวเสี้ยน และน้ำผึ้งยังไม่เป็นอันตรายต่อผิวที่แพ้ง่ายอีกด้วย
  • ล้างหน้าด้วยสบู่รักษาสิว ประมาณวันละ่ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ล้างหน้าตอนตื่นนอน ส่วนครั้งที่สองให้ล้างหน้าก่อนที่จะเข้านอน เวลาล้างหน้าไม่ควรขัดหน้าแรงๆ หรือใช้ผ้าแข็งๆ ถูกหน้า และไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินวันละ 2 ครั้ง เนื่องจากว่า หากล้างหน้าบ่อยหน้าจะแห้ง และร่างกายจะกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันออกมาหล่อลื่นผิวมากเกินไป เป็นสาเหตุให้เกิดผิวมายิ่งขึ้น
  • ระวังอย่าให้เส้นผมมาถูบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวเยอะๆ เนื่องจากเส้นผมจะมีน้ำมันเคลือบอยู่ อาจจะทำให้เป็นสิวมากขึ้น ควรสระผมทุกวัน โดยเฉพาะหลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จ
  • รับประทานแครอท เนื่องจากมีสารเบต้า แคโรทีนมาก (วิตามิน เอ) วิตามิน เอ ช่วยให้เนื้อเยื่อของผิวหนังแข็งแรงขึ้นและ่ช่วยป้องกันการเกิดสิว วิตามิน เอ ยังช่วยลดไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ นอกจากนี้ วิตามิน เอ ยังเป็นสาร antioxidant ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย หากร่างกายขาดวิตามิน เอ จะส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องสิวอีกด้วย
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เนื่องจากเครื่องสำอางจะทำให้เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขน เป็นสาเหตุให้เกิดสิว หากจำเป็นจะต้องแต่งหน้า ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก
  • อย่าแกะหรือบีบสิว เนื่องจากจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตไขมันใต้ผิวหนังเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งส่งผลให้เนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวหนังที่เราบีบสิวจะอักเสบ ส่งผลให้มีการติดเชื้อ ไขมันกระจายไปบริเวณใต้ดินหนัง และท้ายที่สุด ทำให้เกิดสิวมากยิ่งขึ้น
  • ซักปลอกหมอนบ่อยๆ เนื่องจากใบหน้าของเราต้องสัมผัสกับปลอกหมอนทุกวัน ปลอกหมอนจะมีไขมันจากผิวหนังของเราผิดอยู่ และมีพวกฝุ่นปนอยู่ด้วย อาจจะทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้น เราควรซักปลอกหมอนของเราให้สะอาดอยู่เสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุสังกะสี เนื่องจากธาตุสังกะสีนี้จะช่วยให้ผิวหนังต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดี ธาตุสังกะสีเป็นตัวควบคุมการผลิตไขมันของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง หากร่างการขาดธาตุสังกะสี จะทำให้เกิดปัญหาสิวได้ อาหารที่มีสังกะสีเยอะๆ ก็ได้แก่พวก ข้าวกล้อง หอยนางรม สาหร่ายทะเล เป็นต้น
อย่าลืมน่ะครับ หากสามารถปฏิบัติได้ตามวิธีป้องกันการเกิดสิวที่กล่าวมาข้างต้นนี้ สิวน่าจะลดได้อย่างเห็นผลภายใน 4 สัปดาห์ครับ

วิธีรักษาสิวหัวดำแบบวิธีธรรมชาติด้วยน้ำผึ้ง

วิธีรักษาสิวหัวดำแบบวิธีธรรมชาติที่ทำได้เองที่บ้าน

วันนี้ผมไปเจอสูตรวิธีรักษาสิวหัวดำแบบวิธีธรรมชาติที่ทำได้เองที่บ้านมาฝากครับ เคล็ดลับนี้ฝรั่งเป็นคนคิดมา ยังงัยก็ลองเอาไปใช้ดูน่ะครับ มาดูวิธีรักษาสิวหัวดำกันได้เลยครับ

ขั้นที่ 1 เตรียมน้ำผึ้งประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลประมาณ 1 ถ้วย
ขั้นที่ 2 ผสมน้ำผึ้งและน้ำตาลเข้าด้วยกัน จากนั้นเราจะได้ scrub ที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำตาลกับน้ำผึ้ง เนื้อ scrub จะหยาบๆ หน่อยน่ะครับและจะมีกลิ่นหวานๆ ด้วย (อิอิ ชัวร์อยู่แล้ว)
ขั้นที่ 3 นำ scrub ที่เราเตรียมไว้มาขัดหน้าบริเวณที่ต้องการรักษาสิวหัวดำ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที น้ำผึ้งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าด้วย เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็น moisterizer
ขั้นที่ 4 จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด เช็ดหน้าให้แห้ง สิวหัวดำจะหลุดลอกออกจากผิวหน้าของคุณ

ลองนำวิธีรักษาสิวหัวดำที่บอกไว้ไปลองทำดูน่ะครับ เป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีใดๆ ปนเปื้อน รับรองได้ว่าไม่มีอันตรายใด ลองดูครับ

วิธีลบรอยแผลเป็นจากสิวด้วยแอปเปิ้ลเขียว

ไม่น่าเชื่อว่าแอปเปิ้ลเขียวที่เราทานกันอยู่นี้จะมีคุณสมบัติในการลบรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วย วันนี้เราีมีเคล็ดลับดีๆ ในการลบรอยแผลเป็นจากสิวด้วยแอปเปิ้ลเขียวมาฝากน่ะครับ เรามาดูวิธีการทำกันเลยครับ

วิธีลบรอยแผลเป็นจากสิวด้วยแอปเปิ้ลเขียว
  • เริ่มต้นด้วย การล้างหน้าให้สะอาด ใช้ผ้าซับให้แห้ง 
  • จากนั้นนำเนื้อแอปเปิ้ลเขียวครึ่งผล ผสมกับน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ บดรวมกันให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • ทาให้ทั่วใบหน้า เน้นบริเวณที่เป็นแผลเป็น 
  • ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก 

สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันน่ะครับ เพียงเท่านี้รอยแผลเป็นจากสิวก็จะจางลง นำไปทดลองใช้กันได้น่ะครับ

ที่มา: http://www.ranthong.com

วิธีรักษาสิวหัวช้างด้วยน้ำมะนาวสด

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นสิวหัวช้างมาก่อน และรับรู้ถึงความเจ็บปวดของการเป็นสิวหัวช้างมาบ้างแล้ว สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาวิธีรักษาสิวหัวช้างอยู่ วันนี้เรามีวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ โดยใช้น้ำมะนาวสดมาช่วยในการรักษาสิวหัวช้างเพื่อนๆ สามารถนำไปทดลองใช้กันได้น่ะครับ

เรามาดูวิธีรักษาสิวหัวช้างด้วยน้ำมะนาวสดกันเลย สิ่งของที่ต้องเตรียม มีดังนี้
  • มะนาวสด 1 ลูก บีบเอาแต่น้ำ แยกเม็ดออก
  • สำลีพันปลายไม้

วิธีรักษาสิวหัวช้างด้วยน้ำมะนาวสด
นำสำลีพันปลายไม้ที่เตรียมไว้ จุ่มน้ำมะนาวสด และนำไปแตะและทารอบๆ บริเวณที่สิวหัวช้างเกิด โดยทำทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ติดต่อกันตลอดทั้งวัน ถ้าหากเป็นช่วงเวลาตอนกลางคืนให้ทาทิ้งไว้เลย และตอนตื่นเช้ามาให้รีบนำน้ำมะนาวสดมาแตะอีก ทุกๆ 30 นาทีเหมือนเดิม

ผลลัพธ์ของการรักษาสิวหัวช้างด้วยน้ำมะนาวสด
หากเราทำอย่างต่อเนื่อง สิวหัวช้างจุค่อยๆ ยุบตัวลงภายใน 9 ชั่วโมง

ลองไปทดลองทำดูน่ะครับ

ที่มา:http://www.acnethai.com

อะไรคือสาเหตุของการเกิดสิว?

สาเหตุของการเกิดสิว แบ่งเป็น 3 หัวข้อใหญ่คือ

  1. ร่างการมีการผลิต sebum มากเกินไปทำให้หน้ามัน จนเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  2. มีความผิดปรกติในการกำจัดผิวหนังที่ตายแล้ว ทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขนทำให้เกิดการอักเสบ
  3. สิวที่มีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย

สาเหตุของการเกิดสิว จะเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนเกิดการอุดตันจากไขมันหรือผิวหนังที่ตายแล้ว รูขุมขนจะเชื่อมต่อกับต่อมไขมัน ซึ่งต่อมไขมันใต้ผิวหนังนี้จะทำหน้าที่ในการสร้างไขมันที่เรียกว่า sebum และขับออกมาเพื่อให้เส้นผมและผิวหนังชุ่มชื่น ลื่น ไม่แห้ง โดยปกติแล้ว sebum จะไหลออกจากทางรูขุมขนและกระจายไปตามผิวหนัง แต่เมื่อมีการผลิต sebum มากเกินความจำเป็น บวกกับเศษผิวที่ตายแล้วที่ติดอยู่บริเวณผิวหนัง ทั้งสองสิ่งนี้จะก่อตัวกันเป็นเม็ดและอุดตันบริเวณรูขุมขนจนกลายเป็นสิว

ถ้าเม็ดที่อุดตันนี้อยู่ในช่องรูขุมขนอาจทำให้เกิดสิวอักเสบที่เป็นหัวสีขาวๆ ได้ แต่ถ้าเม็ดที่อุดตันนี้โผล่ขึ้นไปถึงผิวหนังด้านบนจะทำให้เกิดสิวหัวดำขึ้นได้ สิวที่มีลักษณะเป็นเม็ดสีแดงๆ ล้อมรอบหัวสีขาวนั้นมีสาเหตุเกิดมาจากรูขุมขนที่มีการอุดตันเกิดการอักเสบและติดเชื้อ ส่วนต่อมเหงื่อนั้น โดยปกติแล้วจะไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวแต่อย่างใด

ณ ตอนนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ร่างกายผลิต sebum มากกว่าปกติ ปัจจัยที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการผลิต sebum ได้แก่ ฮอร์โมน แบคทีเรีย ยาบางชนิดและพันธุกรรม

ในทางกลับกัน บางคนคิดว่า อาหารที่มีปริมาณไขมันสูงและชอคโกแลตอาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดสิว จากการศึกษาที่กำดังดำเนินการอย่างต่อเนื่องพบว่าการควบคุมอาหาร โดยบริโภคเฉพาะอาหารที่มีแป้งในปริมาณมาก เช่นพวก ขนมปัง เบเกิล และมันฝรั่งทอด จะทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อาจจะส่งผลให้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้

ฝุ่นละอองต่างๆ ไม่ใช่สาเหตุของการเกิดสิวอย่างแท้จริง ในความเป็นจริงนั้น คนส่วนใหญ่มักจะขัดผิวหน้า หรือใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่มีผลต่อการลอกเซลล์ผิว การกระทำดังกล่าว อาจทำให้เกิดสิวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ในทางกลับกัน แค่เราล้างหน้าปกติเพื่อล้างไขมันส่วนเกินและเศษผิวหนังที่ตายออกก็เพียงพอแล้วที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสิว