สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว รักษาสิวหัวดำ

วันนี้ทางทีมงานขอแนะนำสูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาวสำหรับรักษาสิวหัวดำ โดยไข่ขาวจะช่วยกำจัดสิวหัวดำ ความมันและสิ่งสกปรกที่อยู่บริเวณผิดหน้าออกไป หลายท่านนำไปทดลองใช้มาแล้วปรากฏว่าได้ผลดีมากน่ะครับ วิธีมาร์คหน้าด้วยไข่ขาวนี้เป็นวิธีรักษาสิวหัวดำด้วยวิธีธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ ดังนั้นหายห่วงเรื่องอาการแพ้ต่างๆได้เลย สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ว่ากันแล้วก็มาดูกันเลยครับว่ามีวิธีการทำอย่างไรกันบ้าง

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว รักษาสิวหัวดำ
สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาวรักษาสิวหัวดำ
ก่อนอื่นก็ไปเลือกไข่ลูกโตๆ ขาวๆ อวบๆ อ้วนๆ (เกี่ยวไรหว่า) มาก่อนเลยเลยครับ ตอกไข่ลงชามแล้วแยกเอาเฉพาะไข่ขาว ส่วนไข่แดงก็สุดแล้วแต่ท่านละครับ จะทิ้งหรือจะเก็บไว้เจียวหรือเก็บไว้ทำอย่างอื่นก็สุดแล้วแต่ท่าน จากนั้นนำไข่ขาวที่เราแยกไว้มาตีเบาๆ ให้เข้ากันโดยใช้ส้อม เสร็จแล้วนำไข่ขาวมาทาบริเวณใบหน้าของเรา ขั้นตอนนี้มันจะรู้สึกเหนียวๆ ลื่นๆ บนใบหน้าน่ะครับ ทนๆ หน่อย เพื่อความสวย ความหล่อ

ไข่ขาวรักษาสิวหัวดำ
ไข่ขาวรักษาสิวหัวดำ
ตอนที่ทาไข่ขาวที่หน้าให้ระวังด้วยน่ะครับ อย่าทาบริเวณรอบดวงตา จริงๆ แล้วบริเวณรอบดวงตาไม่มีสิวหัวดำอยู่แล้วล่ะ ไม่จำเป็นต้องทาบริเวณนั้นหรอก พอทาไข่ขาวทั่วบริเวณใบหน้าเสร็จแล้ว ให้อยู่นิ่งๆ อย่างนั้นแหละ อย่าขยับหน้าไปมา จากนั้นรอให้ไข่ขาวแห้ง เมื่อไข่่ขาวแห้งจะรู้สึกได้ว่าหน้าจะตึงๆ เมื่อคิดว่าไข่ขาวแห้งสนิทแล้ว ก็ค่อยๆ ดึงมาร์คไข่ขาวออกทีละน้อย จะรู้สึกได้เลยว่าจะมีพวกเศษผิวหนังที่ตายแล้วและก็พวกสิ่งอุดตันรูขุมขน ตลอดจนพวกสิวหัวดำ สิวเสี้ยนต่างๆ ติดออกมาด้วย

หลังจากที่ลอกมาร์คไข่ขาวออกหมดแล้ว ก็ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เช็ดหน้าให้แห้ง เป็นอันเสร็จครับ เป็นงัยครับ สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว ง่ายมั้ยละครับ ลองเอาไปทำดูน่ะครับ สำหรับใครที่มองหาวิธีรักษาสิวหัวดำแบบธรรมชาติอยู่ ได้ผล ไม่ได้ผลยังงัยมาบอกกันด้วยน่ะครับ

สิว บอกอารมณ์และโรคร้ายได้น่ะเออ

ตำแหน่งสิว บนผิวหน้า บ่งบอกอารมณ์และโรคร้ายได้อย่างคาดไม่ถึง

         
สีหน้าและแววตา ใช้สื่อถึงความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ ได้ แต่ผิวหน้าของคนเราก็สามารถสื่อถึงสุขภาพภายในร่างกายได้เหมือนกัน

        วิธีการสังเกตถึงสุขภาพภายในร่างกายของเราหรือของคนใกล้ตัวเรานั้น  ด้วยศาสตร์ใหม่จากการวิเคราะห์สภาพผิว Face Mapping กระบวนการพิสูจน์และวิเคราะห์สภาพผิวด้วยศาสตร์ตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในปรัชญาความคิดเบื้องต้นที่ว่า "ผิวหน้าสามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพภายในร่างกายที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณ" ทำให้เข้าใจได้ถึงสาเหตุการเกิดปัญหาสุขภาพผิว

          ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพผิว จากศูนย์สุขภาพผิวเลียวนาร์ด เดรก ได้นำเสนอแนวทางการป้องกันโดยมีหลักในการวิเคราะห์สภาพผิวแบบ Face Mapping นั้นจะเป็นการวิเคราะห์สภาพผิวที่ละเอียดกว่าการวิเคราะห์ผิวโดยทั่วไป  โดยแบ่งส่วนใบหน้า  ลำคอ และแผ่นอกออกเป็น 4 โซน

สิวบอกโรค

สิวบอกโรค : โซนที่ 1 และโซนที่ 3 ถ้ามีปัญหาสิวบริเวณนี้ คุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ดังนั้นอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้นหรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

          สิวบอกโรค : โซนที่ 2  สิวบริเวณหว่างคิ้ว เกี่ยวกับตับ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้) การทานอาหารรสจัดหรือทานอาหารดึกเกินไป 

          
สิวบอกโรค : โซนที่ 4 และโซนที่ 10 ผิวบริเวณหูนี้เป็นผลพวงของไต หากรู้สึกร้อนที่หู คุณอาจต้องลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง

          สิวบอกโรค : โซนที่ 5 และโซนที่ 9  บริเวณแก้มทั้งสองด้าน โดยแก้มส่วนบนจะเกี่ยวข้องกับไซนัสและปอด ส่วนแก้มส่วนล่าง เหงือกและฟัน สาเหตุอาจเป็นเพราะสูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็นๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือโทรศัพท์มือถือไม่สะอาด

          สิวบอกโรค : โซนที่ 6 และโซนที่ 8 ตำแหน่งรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับไต และปัญหาภูมิแพ้ สาเหตุมาจากเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ อาจไม่เหมาะสม หรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือพักผ่อนน้อย เปลือกตาหากมีความระคายเคือง อาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร

          สิวบอกโรค : โซนที่ 7  ผิวบริเวณจมูกและริมฝีปาก แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หากมีสิวบริเวณนี้อาจหมายถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน การรับประทานยาคุมกำเนิด

          สิวบอกโรค : โซนที่ 11 และโซนที่ 13 หากผิวบริเวณนี้แตกระแหง สามารถบอกได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาของฟันกราม หรือปัญหาเกี่ยวกับฟัน

         สิวบอกโรค : โซนที่ 12 สิวเรื่อๆ บริเวณคางนี้ สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องลำไส้เล็ก ที่มีผลจากการรับประทานของเผ็ด

          สิวบอกโรค : โซนที่ 14 หากคุณมีสิวบริเวณนี้แล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณกำลังเครียดสูง

          นี่เป็นเพียงแค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อยของการวิเคราะห์สภาพผิวหน้าที่ทำให้ รู้ได้ถึงสุขภาพภายในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เราทราบได้ว่าจะต้องดูแลบำรุงทั้งสุขภาพภายในและภายนอกอย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีทั้งสีหน้า แววตาและผิวพรรณที่เป็นสุขได้แล้ว

ที่มา: http://thaipost.net

ผลไม้ช่วยรักษาสิว

อาโวกาโด้


สิวกับผลไม้

ผลไม้สำหรับช่วยรักษาสิว: บทความนี้แปลมาจากบทความที่ฝรั่งเค้าเขียนเอาไว้น่ะครับ เกี่ยวกับวิธีรักษาสิวด้วยการรับประทานผลไม้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมมีประโยชน์หากเราได้รับแต่พอดี หากได้รับเยอะเกินไปก็อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ วันนี้จึงอยากจะนำเรื่อง ผลไม้ที่ช่วยรักษาสิว มาเล่าสู่กันฟังครับ

ในช่วงที่ผมกำลังหาวิธีรักษาสิวของตัวเองอยู่นั้น มีหมอจีนคนนึงแนะนำว่า "ถ้าอยากหายจากการเป็นสิว คุณควรจะรับประทานส้มทุกวันตอนเช้า แล้วคุณจะไม่พบกับปัญหาเรื่องสิวอีกเลย" เชื่อมั้ยว่า หลังจากที่ผมลองทำตามที่หมอจีนคนนั้นแนะนำ มันทำให้ผู้รู้สึกว่าระบบขับถ่ายของผมดีขึ้น และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหากร่างกายเรามีระบบขับถ่ายที่ดี และร่างกายทำงานเป็นปกติ ก็จะทำให้ไม่เป็นสิว ดังนั้น ทำให้ผมมานั่งนึกๆ ดูว่ามันมีผลไม้อะไรบ้างมั้ยที่รับประทานเข้าไปแล้ว สามารถช่วยรักษาหรือช่วยลดสิวลงไปได้บ้าง และผมยังนึกต่อไปว่า ถ้างั้น หากเรารับประทานเฉพาะผลไม้ ร่างกายเราคงดีแน่ๆ คงจะไม่เป็นสิวอีกต่อไปเลย แต่หารู้ไม่ว่า หากรับประทานอะไรอย่างเดียวเยอะๆ เกินความจำเป็น ไม่ได้ก่อประโยชน์ใดๆ เลย มีแต่จะเกิดโทษต่อร่างกาย
แอปเปิ้ล
เกรปฟรุต

 รับประทานผลไม้มากเกินไปทำให้เกิดสิวได้

จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายคุณหากคุณรับประทานผลไม้มากเกินไป นั่นก็คือ ร่างกายคุณจะได้รับประมาณน้ำตาลจำนวนมาก นอกจากนั้น การรับปทานผลไม้เยอะจะทำให้ร่างกายคุณมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นกับร่างกายเรา ดังนั้น หลังจากที่ผมทราบเรื่องนี้แล้ว จึงเริ่มปรับการรับประทานอาหาร โดยเพิ่มอาหารจำพวกผักสดเข้ามา จะช่วยให้ร่างกายเกิดสมดุลมากยิ่งขึ้น ด้านล่างนี้เป็นรายชื่อผลไม้ที่สามารถช่วยรักษาสิวได้ หากเรารับประทานแต่พอดี

  • อาโวคาโด้
  • กีวี
  • แอปเปิ้ล
  • ส้ม
  • องุ่น
  • ลูกแพร์
  • เกรปฟรุต

กีวี
การรับประทานผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวันย่อมดีต่อร่างกายของคุณ เนื่องจากผลไม้ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารของคุณดีขึ้น ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายสมดุล ช่วยเพิ่มน้ำในร่างกาย และยังให้วิตามินที่จำเป็นต่างๆ ต่อร่างกายอีกด้วย ข้อแนะนำคือ อย่ารับประทานมากจนเกินไป ส่วนใหญ่แล้วผมจะรับประทานประมาณวันละ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นส้ม ไม่ก็แอปเปิ้ล แต่ว่าถ้าคุณจะรับประทานผลไม้ตามรายการข้างบนที่ช่วยรักษาสิว ก็อย่าลืมรับประทานพวกผักสดด้วย เพื่อควบคุมให้ร่างกายไม่ได้รับน้ำตาลมากเกินไป

ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ช่วยรักษาสิวได้จริงหรือไม่?

คำถาม: ดื่มน้ำเยอะๆ สามารถรักษาสิว หรือป้องกันสิวได้จิงหรือไม่? และ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยให้ผิวหน้าสะอาด ใส จริงหรือไม่?

คำตอบ: คำตอบคือ ไม่ ในทางทฤษฏีฟังแล้วเหมือนดูดี แต่จริงๆ แล้วมันยังไม่ถูกต้องเท่าไหร่ เพราะยังไม่มีการศึกษาตามหลักวิชาการใดๆ พิสูจน์ได้ว่าการดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะทำให้ผิวสะอาด ใส และสุขภาพดี มันเป็นเพียงความเชื่อที่พูดต่อๆ กันมาเพียงเท่านั้น

ดื่มเมื่อตอนกระหายน้ำ
การดื่มน้ำควรดื่มเมื่อคุณกระหายน้ำ หากคุณไม่กระหายน้ำ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดื่ม


ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว
ปัจจัยที่ทำสิวเกิดมากขึ้นได้แก่ ความเครียด ภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร

การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญ
แม้ว่าเราจะไม่จำเป็นจะต้องดื่มน้ำให้ครบวันละ 8 แก้ว แต่เราก็ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการ เพราะน้ำถือว่าเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถขาดได้ สำหรับใครที่กำลังดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น น้ำถือว่าเป็นเครื่องดื่มหลักที่ควรดื่ม มากกว่าพวกเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือน้ำอัดลม

ที่มา: http://healing.about.com/od/diets/f/acne-water.htm

ว่านหางจระเข้รักษาสิวอักเสบได้จริงหรือ

ว่านหางจระเข้ สมุนไพรพื้นบ้านของไทยเรามีสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งในการรักษาสิวอักเสบ เนื่องจากว่าว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสมานแผลที่เกิดจากสิวอักเสบ ทำให้สิวอักเสบยุบได้อย่างรวดเร็ว วันนี้ทางทีมงานจึงอยากจะแนะนำสูตรการรักษาสิวอักเสบด้วยว่านหางจระเข้ เรามาดูวิธีทำกันเลยครับ

ก่อนอื่นนำว่านหางจระเข้ไปแช่น้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ยางสีเหลืองๆ ออกมา จากนั้นนำไปปอกเปลือกออกให้เหลือไว้แต่วุ้นใสๆ นำไปล้างเอายางเหลืองๆ ออกให้หมด จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ หรือบดให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาใช้

วิธีใช้: ทำไปทาบริเวณที่เป็นสิวอักเสบวันละ 1-2 ครั้ง สิวอักเสบก็จะยุบและแห้งเร็วขึ้น (ความชอบส่วนตัวน่ะครับ ผมชอบเอาไปแช่ตู้เย็นไว้ เวลาทาจะรู้สึกเย็นๆ ดี)

ผัก ผลไม้สด ถั่วและเมล็ดพืช ช่วยรักษาสิวได้

วันนี้ทางทีมงานมี Tip ดีๆ ในการรักษาสิวมาแนะนำเพื่อนๆ น่ะครับ นั่นก็คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารนั่นเอง โดยเพิ่มอาหารประเภทผัก ผลไม้สด ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ ให้มากขึ้นในอาหารแต่ละมื้อ วิธีการง่ายในการเพิ่มอาหารเหล่านี้ในอาหารของคุณคือ ให้นำผลไม้สุกต่างๆ นำมาปั่นทำน้ำผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแตงโม แตงไทย มะม่วง แอปเปิ้ล เยอะแยะอีกมากมายแล้วแต่คุณจะชอบน่ะครับ และนอกจากนั้น ในอาหารแต่ละมือควรเพิ่มสลัดผักเข้าไปด้วย ส่วนอาหารว่างก็หันมาใช้พวกผลิตภัณฑ์จากถั่วประเภทแต่ง เมล็ดพืช เช่น เมล็กฟักทอง เป็นต้น เนื่องจากว่าอาหารประเภทผัก ผลไม้สด ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ จะมีสารประเภท selenium และสังกะสีเยอะ โดยปกติแล้วร่างกายหากขาดสารเหล่านี้จะทำให้เกิดสิวได้ง่ายน่ะครับ

เมื่อรู้เทคนิค เคล็ดลับดีๆ ในการรักษาสิว และป้องกันสิวไม่ให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ลงมือปฏิบัติกันได้เลยน่ะครับ ลองปรับเปลี่ยนเมนูอาหารที่ทานในแต่ละมื้อดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาสิวให้กับเพื่อนๆ ได้น่ะครับ ไม่ลอง ไม่รู้ จริงมั้ย

วิธีรักษาสิวอุดตันให้อยู่หมัด

วันนี้ทางทีมงานมีวิธีรักษาสิวอุดตันอย่างถูกวิธีมานำเสนอน่ะครับ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสิวอย่างใกล้ชิดด้วยน่ะครับ เพราะผิวแต่ละคนจะตอบสนองต่อวิธีการรักษา และยารักษาสิวต่างๆ ได้ไม่เหมือนกัน

1. ครีมทาสิวอุดตัน กลุ่ม Tretinoin( Retin-A) เป็นยาที่เหมาะสมและใช้กันแพร่หลาย มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1 % อาจอยู่ในรูปของครีม เจล หรือน้ำ โดยพบว่ายิ่งความเข้มข้นสูง ยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่ก็จะระคายเคืองผิวหน้า และทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุย ถ้าความเข้มข้นสูง แต่การละลายเคืองอาจน้อยลง ถ้าล้างหน้าก่อนทายา 10-15 นาที

2. ยารับประทานกลุ่ม retinoids เช่น Roaccutane,Isotretionoin ช่วยลดปัญหาผิวมัน และละลายสิวอุดตันได้ดี ทั้งที่ใบหน้าและสิวตามลำตัว

3. ยาลอกขุย (Keratolytic agents) และยาทำให้ผิวแห้ง เช่น Salicylic acid ,Resorcinol,Sulphur,Aluminium oxide มักช่วยลอกขุย และทำให้สิวแห้งและหลุดออก มักใช้เป็นส่วนผสมของแป้งน้ำทาสิว( acne lotions)

4. การกดสิวอุดตัน มักจะทำได้เฉพาะกลุ่มสิวอุดตันหัวเปิด (สิวหัวดำ) เพราะจะหลุดออกได้ง่าย และควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นภายหลัง

5. การทำ Peeling ด้วย 30-50% TCA,PHA จะช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง ผนังสิวบางลง ทำให้สิวอุดตันฝ่อตัว และหลุดออกได้ง่าย

6. การทำ Iontophresis มักใช้ร่วมกับยากลุ่ม Tretionoin เพื่อช่วยผลักยาให้ซึมลงลึกไปละลายสิวอุดตันได้ดีกว่า การทายาปกติ

7. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion) พบว่าทำให้หัวสิวอุดตันหลุดออกได้ง่าย ทำให้หัวสิวเปิดออกเพื่อกดออกภายหลังได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง และสีผิวขาวขึ้น เรียบเนียนขึ้นได้ด้วย

หวังว่าแนวทางในการรักษาสิวอุดตันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องสิวอุดตันอยู่บ้างน่ะครับ ขอให้หายไวๆ น่ะครับทุกคน

วิธีป้องกันการเกิดสิวอย่างเห็นผลชัดเจน

 วิธีป้องกันการเกิดสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

สิวเป็นปัญหาที่ก่อกวนใจหลายๆ คน เพราะถ้าเป็นสิวมากๆ ก็อาจทำให้อาย ไม่ก็ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองไปเลย สำหรับคนที่กำลังประสบปัญหาเรื่องสิวอยู่นั้น ส่วนมากจะได้รับคำแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาโดยใช้ยารักษาสิวต่างๆ ที่มีอยู่ตามท้องตลาด จริงๆ แล้วยังมีวิธีป้องกันการเกิดสิวด้วยวิธีธรรมชาติอีกวิธีนึง ซึ่งเห็นผลชัดเจนไม่แพ้วิธีรักษาสิวด้วยยารักษาสิว บางครั้งการรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติอาจจะเห็นผลมากกว่าการใช้ยาหรือครีมรัีกษาสิวด้วยซ้ำ บางครั้งสิ่งที่ร่างการของเราต้องการทั้งหมดก็คือการควบคุมสารอาหารในร่างกายให้สมดุลและการดูแล รักษาผิวที่ถูกต้อง วันนี้เรามีวิธีป้องกันการเกิดสิวดีๆ มาแนะนำให้เพื่อนได้ลองปฏิบัติตามกัน ถ้าหากสามารถปฏิบัติได้ตามวิธีป้องกันการเกิดสิวที่แนะนำในวันนี้ คาดว่าจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นประมาณ 4 สัปดาห์ เรามาดูกันเลยครับ

  • ใช้น้ำผึ้งพอกหน้าอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง โดยน้ำผึ้งนี้จะมีส่วนช่วยให้ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ทำให้หน้าสะอาด กำจัดสิวเสี้ยน และน้ำผึ้งยังไม่เป็นอันตรายต่อผิวที่แพ้ง่ายอีกด้วย
  • ล้างหน้าด้วยสบู่รักษาสิว ประมาณวันละ่ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ล้างหน้าตอนตื่นนอน ส่วนครั้งที่สองให้ล้างหน้าก่อนที่จะเข้านอน เวลาล้างหน้าไม่ควรขัดหน้าแรงๆ หรือใช้ผ้าแข็งๆ ถูกหน้า และไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินวันละ 2 ครั้ง เนื่องจากว่า หากล้างหน้าบ่อยหน้าจะแห้ง และร่างกายจะกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันออกมาหล่อลื่นผิวมากเกินไป เป็นสาเหตุให้เกิดผิวมายิ่งขึ้น
  • ระวังอย่าให้เส้นผมมาถูบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวเยอะๆ เนื่องจากเส้นผมจะมีน้ำมันเคลือบอยู่ อาจจะทำให้เป็นสิวมากขึ้น ควรสระผมทุกวัน โดยเฉพาะหลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จ
  • รับประทานแครอท เนื่องจากมีสารเบต้า แคโรทีนมาก (วิตามิน เอ) วิตามิน เอ ช่วยให้เนื้อเยื่อของผิวหนังแข็งแรงขึ้นและ่ช่วยป้องกันการเกิดสิว วิตามิน เอ ยังช่วยลดไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ นอกจากนี้ วิตามิน เอ ยังเป็นสาร antioxidant ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย หากร่างกายขาดวิตามิน เอ จะส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องสิวอีกด้วย
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เนื่องจากเครื่องสำอางจะทำให้เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขน เป็นสาเหตุให้เกิดสิว หากจำเป็นจะต้องแต่งหน้า ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก
  • อย่าแกะหรือบีบสิว เนื่องจากจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตไขมันใต้ผิวหนังเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งส่งผลให้เนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวหนังที่เราบีบสิวจะอักเสบ ส่งผลให้มีการติดเชื้อ ไขมันกระจายไปบริเวณใต้ดินหนัง และท้ายที่สุด ทำให้เกิดสิวมากยิ่งขึ้น
  • ซักปลอกหมอนบ่อยๆ เนื่องจากใบหน้าของเราต้องสัมผัสกับปลอกหมอนทุกวัน ปลอกหมอนจะมีไขมันจากผิวหนังของเราผิดอยู่ และมีพวกฝุ่นปนอยู่ด้วย อาจจะทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้น เราควรซักปลอกหมอนของเราให้สะอาดอยู่เสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุสังกะสี เนื่องจากธาตุสังกะสีนี้จะช่วยให้ผิวหนังต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดี ธาตุสังกะสีเป็นตัวควบคุมการผลิตไขมันของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง หากร่างการขาดธาตุสังกะสี จะทำให้เกิดปัญหาสิวได้ อาหารที่มีสังกะสีเยอะๆ ก็ได้แก่พวก ข้าวกล้อง หอยนางรม สาหร่ายทะเล เป็นต้น
อย่าลืมน่ะครับ หากสามารถปฏิบัติได้ตามวิธีป้องกันการเกิดสิวที่กล่าวมาข้างต้นนี้ สิวน่าจะลดได้อย่างเห็นผลภายใน 4 สัปดาห์ครับ

วิธีรักษาสิวหัวดำแบบวิธีธรรมชาติด้วยน้ำผึ้ง

วิธีรักษาสิวหัวดำแบบวิธีธรรมชาติที่ทำได้เองที่บ้าน

วันนี้ผมไปเจอสูตรวิธีรักษาสิวหัวดำแบบวิธีธรรมชาติที่ทำได้เองที่บ้านมาฝากครับ เคล็ดลับนี้ฝรั่งเป็นคนคิดมา ยังงัยก็ลองเอาไปใช้ดูน่ะครับ มาดูวิธีรักษาสิวหัวดำกันได้เลยครับ

ขั้นที่ 1 เตรียมน้ำผึ้งประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลประมาณ 1 ถ้วย
ขั้นที่ 2 ผสมน้ำผึ้งและน้ำตาลเข้าด้วยกัน จากนั้นเราจะได้ scrub ที่มีส่วนผสมระหว่างน้ำตาลกับน้ำผึ้ง เนื้อ scrub จะหยาบๆ หน่อยน่ะครับและจะมีกลิ่นหวานๆ ด้วย (อิอิ ชัวร์อยู่แล้ว)
ขั้นที่ 3 นำ scrub ที่เราเตรียมไว้มาขัดหน้าบริเวณที่ต้องการรักษาสิวหัวดำ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที น้ำผึ้งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าด้วย เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็น moisterizer
ขั้นที่ 4 จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด เช็ดหน้าให้แห้ง สิวหัวดำจะหลุดลอกออกจากผิวหน้าของคุณ

ลองนำวิธีรักษาสิวหัวดำที่บอกไว้ไปลองทำดูน่ะครับ เป็นวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีใดๆ ปนเปื้อน รับรองได้ว่าไม่มีอันตรายใด ลองดูครับ

วิธีลบรอยแผลเป็นจากสิวด้วยแอปเปิ้ลเขียว

ไม่น่าเชื่อว่าแอปเปิ้ลเขียวที่เราทานกันอยู่นี้จะมีคุณสมบัติในการลบรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วย วันนี้เราีมีเคล็ดลับดีๆ ในการลบรอยแผลเป็นจากสิวด้วยแอปเปิ้ลเขียวมาฝากน่ะครับ เรามาดูวิธีการทำกันเลยครับ

วิธีลบรอยแผลเป็นจากสิวด้วยแอปเปิ้ลเขียว
  • เริ่มต้นด้วย การล้างหน้าให้สะอาด ใช้ผ้าซับให้แห้ง 
  • จากนั้นนำเนื้อแอปเปิ้ลเขียวครึ่งผล ผสมกับน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ บดรวมกันให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • ทาให้ทั่วใบหน้า เน้นบริเวณที่เป็นแผลเป็น 
  • ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก 

สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันน่ะครับ เพียงเท่านี้รอยแผลเป็นจากสิวก็จะจางลง นำไปทดลองใช้กันได้น่ะครับ

ที่มา: http://www.ranthong.com