มาดู! สูตรกระเทียมรักษาสิว ไม่ลอง ไม่รู้

ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยใดระบุได้ว่ากระเทียมรักษาสิวได้อย่างเห็นผลชัดเจน แต่ว่าจากการบอกต่อๆ กันมาของคนที่ทดลองนำกระเทียมมารักษาสิวแล้วพบว่ามันได้ผลจริงๆ ทำให้การนำสูตรกระเทียมรักษาสิวนิยมกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่เชื่อว่ากระเทียมมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราหรือไวรัส และในกระเทียมยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็นผลให้กระเทียมสามารถที่จะแก้สิวได้ วิธีที่จะทำให้เราทราบว่ากระเทียมรักษาสิวได้จริงหรือไม่ก็คือ เราต้องทดลองทำเอง วันนี้เรามีสูตรการใช้กระเทียมสดรักษาสิวมาแนะนำเพื่อนๆ ลองนำไปทดลองใช้ดูกันได้ ถ้าได้ผลอย่างไรก็นำมาแชร์ให้เพื่อนได้รู้ด้วยก็จะดีมากเลย

กระเทียมรักษาสิว

สูตรน้ำกระเทียมรักษาสิว

ขั้นตอนที่ 1: นำกระเทียมมาประมาณ 2-3 กลีบ
ขั้นตอนที่ 2: บดหรือทุบกระเทียมให้ละเอียดจากนั้นนำมาคั้นให้ได้น้ำกระเทียม กรองเอากากออก
ขั้นตอนที่ 3: นำน้ำกระเทียมที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นสิว และบริเวณรอบๆ ที่เป็นสิวด้วย โดยกระเทียมจะสามารถป้องกันไม่ให้สิวเกิดเพิ่มขึ้นอีกได้
ขั้นตอนที่ 4: เมื่อทาน้ำกระเทียมทั่วบริเวณที่ต้องการแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นล้างออก อย่าทิ้งไว้นานหรือทิ้งไว้ค้างคืน เนื่องจากในกระเทียมจะมีสารบางอย่างที่มีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังไหม้ได้
ขั้นตอนที่ 5: ทาน้ำกระเทียมทุกวันจนกว่าสิวจะหาย เมื่อหายแล้วสามารถทำต่อเนื่องได้ทุกวัน เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดสิวอีกครั้ง น้ำกระเทียมที่เหลือจากการใช้งานสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้

สูตรกระเทียมกับน้ำส้มสายชู(White Vinegar) รักษาสิว

ขั้นตอนที่ 1: นำกระเทียมมาประมาณ 2-3 กลีบ บดหรือทุบกระเทียมให้ละเอียดจากนั้นนำมาคั้นให้ได้น้ำกระเทียม กรองเอากากออก
ขั้นตอนที่ 2: ผสมน้ำส้มสายชู(White Vinegar) ในปริมาณที่เท่าๆ กับน้ำกระเทียมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1จากนั้นผสมให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 3:นำสำลีก้อนมาชุบส่วนผสมที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 แล้วนำมาขัดบริเวณที่เป็นสิว น้ำส้มสายชูจะช่วยปรับสภาผิวให้ดีขึ้น ส่วนสารต่อต้านอนุมูลอิสระในกระเทียมจะช่วยลดการติดเชื้อบริเวณที่เป็นสิวและรักษาผิวหน้าให้หายจากสิว

ทดลองนำไปใช้แก้สิวดูว่าจะได้ผลหรือไม่ ใครลองทำดูแล้วก็มาบอกต่อกันบ้างน่ะ ไม่แน่วิธีรักษาสิวด้วยกระเทียมอาจจะได้ผลกับคุณก็ได้ ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองเยอะแยะเข้าร้านรักษาสิวแพงๆ ต่างๆ

สูตรมาร์คหน้ารักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์ (ข้าวโอ๊ต)

สูตรมาร์คหน้ารักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์ หรือที่บ้านเราเค้าเรียกว่า "ข้าวโอ๊ต" เป็นสูตรรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว วิธีรักษาสิววิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ โดยสามารถทำเองได้ที่บ้าน การรักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์วิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีลดสิวให้น้อยลงแล้ว หากเราทำเป็นประจำจะช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใส ดูอ่อนเยาว์เหมือนผิวเด็กอีกด้วย กรรมวิธีในการเตรียมไม่ยุ่งยากอะไรมากนัก เรามาดูกันเลยครับ

สูตรมาร์คหน้ารักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์ (ข้าวโอ๊ต)


ก่อนที่จะไปดูสูตรมาร์คหน้าด้วยข้าวโอ๊ต สำหรับเพื่อนที่ยังไม่ได้กด like ก็ขอรบกวนเวลาซักนิดน่ะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงาน หาข้อมูลดีๆ มาฝากเรื่อยๆ นอกจากนี้ท่านที่กด like จะได้รับข้อมูลข่าวสารจาก blog ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้พลาดสูตรเด็ดๆ ในการรักษาสิว และผิวพรรณ กด like ตาม link ด้านล่างได้เลยครับ


ส่วนผสมสูตรมาร์คหน้ารักษาสิวด้วยโอ๊ทมีลล์ มีดังนี้ครับ


โอ๊ทมีลล์บดให้ละเอียด                             1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ตสด                                                 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง                                                      2-3 หยด

วิธีการทำ

  • ผสมโยเกิร์ตและโอ๊ทมีลล์ลงในถ้วยจากนั้นคนให้เข้ากัน
  • อุ่นน้ำผึ้งให้ร้อนเล็กน้อย วิธีการคือ นำช้อนไปต้มในน้ำร้อนซักประมาณ 1-2 นาที จากนั้นนำช้อนขึ้นมาและหยดน้ำผึ้งลงบนช้อนประมาณ 2-3 หยด
  • นำน้ำผึ้งที่ได้ลงไปคนผสมให้เข้ากันกับโยเกิร์ตและโอ๊ทมีลล์ที่เราเตรียมเอาไว้ เมื่อเข้ากันดีแล้วก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

วิธีการใช้

นำส่วนผสมที่เราเตรียมไว้มาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด ใช้ผ้าอุ่นๆ ซับหน้าให้แห้ง หลังจากนั้นก็ทาด้วย moisturizer เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ควรทำติดต่อกันเป็นประจำจะช่วยรักษาสิวบนใบหน้าให้ลดน้อยลง และทำให้ใบหน้านุ่มนวลเหมือนผิวเด็ก

หากใครนำไปทดลองใช้แล้วได้ผลดี ไม่ดีอย่างไร อย่าลืมนำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังด้วยน่ะครับ สำหรับวันนี้คงมีเพียงเท่านี้ แล้วเจอกันใหม่ครับ

รักษาสิวที่หลังด้วยเกลือทะเล(Sea salt)

พอดีมีเพื่อนคนนึงเค้าแนะนำมาน่ะครับว่าเค้าเป็นสิวที่หลังเยอะมาก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสาเหตุมันเกิดมาจากอะไร แต่เพื่อนเค้าสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะเค้าไว้ผมยาว และผมก็มัน อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวที่หลัง นี่เป็นข้อสงสัยเฉยๆ น่ะครับ ไม่รู้ว่าถูกต้องรึป่าว จากที่เค้ามีปัญหาเรื่องสิวที่หลัง เพื่อนผมลองหาวิธีรักษาดู ก็ไปพบกับสูตรรัักษาสิวที่หลังสูตรนึงครับ คือการรักษาสิวที่หลังด้วยเกลือทะเล อย่างเพิ่งดูถูกไปน่ะครับ สรรพคุณของเกลือนี่ไม่น้อยเลยน่ะครับ เกลือทะเลท่านหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปน่ะครับ

วิธีการที่เพื่อนผมเค้าทำคือ นำเกลือทะเลที่เราซื้อมาเนี่ยมาละลายกับน้ำอุ่นครับ จากนั้นนำไปใส่ขวดสเปรย์ฉีดให้ทั่วบริเวณแผ่นหลัง ปล่อยไว้ให้แห้งแล้วล้างออก ทำทุกวันหลังจากอาบน้ำเสร็จ ช่วงนี้อย่างเพิ่งใช้พวก moisturizer หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีใดๆ น่ะครับ หลังจากทำอย่างนี้ทุกวัน ท่านจะเห็นความแตกต่าง ว่าสิวที่หลังเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเพียงไม่กี่วัน
รักษาสิวที่หลังด้วย sea salt
รักษาสิวที่หลังด้วย sea salt

ข้อแนะนำน่ะครับ สำหรับใครที่มีผมยาวๆ ก็ควรที่จะตัดให้สั้นลงบ้าง หมั่นดูแลเส้นผมให้สะอาด โดยเลือกใช้พวกแชมพูที่มีคุณสมบัติเป็นยา พวกนี้หาได้ทั่วไปตามท้องตลาดครับ

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิวที่หลังอยู่ กำลังหาวิธีรักษาสิวที่หลัง ก็ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูบ้างน่ะครับ ได้ผล ไม่ได้ผลยังงัยก็มาบอกกันบ้างน่ะครับ ถ้าหากคิดว่าเทคนิคนี้เป็นประโยชน์ก็รบกวน กด Like กด Share ให้ด้วยน่ะครับ ไม่ขอไรมาก ขอบคุณครับ

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว รักษาสิวหัวดำ

วันนี้ทางทีมงานขอแนะนำสูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาวสำหรับรักษาสิวหัวดำ โดยไข่ขาวจะช่วยกำจัดสิวหัวดำ ความมันและสิ่งสกปรกที่อยู่บริเวณผิดหน้าออกไป หลายท่านนำไปทดลองใช้มาแล้วปรากฏว่าได้ผลดีมากน่ะครับ วิธีมาร์คหน้าด้วยไข่ขาวนี้เป็นวิธีรักษาสิวหัวดำด้วยวิธีธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ ดังนั้นหายห่วงเรื่องอาการแพ้ต่างๆได้เลย สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ว่ากันแล้วก็มาดูกันเลยครับว่ามีวิธีการทำอย่างไรกันบ้าง

สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว รักษาสิวหัวดำ
สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาวรักษาสิวหัวดำ
ก่อนอื่นก็ไปเลือกไข่ลูกโตๆ ขาวๆ อวบๆ อ้วนๆ (เกี่ยวไรหว่า) มาก่อนเลยเลยครับ ตอกไข่ลงชามแล้วแยกเอาเฉพาะไข่ขาว ส่วนไข่แดงก็สุดแล้วแต่ท่านละครับ จะทิ้งหรือจะเก็บไว้เจียวหรือเก็บไว้ทำอย่างอื่นก็สุดแล้วแต่ท่าน จากนั้นนำไข่ขาวที่เราแยกไว้มาตีเบาๆ ให้เข้ากันโดยใช้ส้อม เสร็จแล้วนำไข่ขาวมาทาบริเวณใบหน้าของเรา ขั้นตอนนี้มันจะรู้สึกเหนียวๆ ลื่นๆ บนใบหน้าน่ะครับ ทนๆ หน่อย เพื่อความสวย ความหล่อ

ไข่ขาวรักษาสิวหัวดำ
ไข่ขาวรักษาสิวหัวดำ
ตอนที่ทาไข่ขาวที่หน้าให้ระวังด้วยน่ะครับ อย่าทาบริเวณรอบดวงตา จริงๆ แล้วบริเวณรอบดวงตาไม่มีสิวหัวดำอยู่แล้วล่ะ ไม่จำเป็นต้องทาบริเวณนั้นหรอก พอทาไข่ขาวทั่วบริเวณใบหน้าเสร็จแล้ว ให้อยู่นิ่งๆ อย่างนั้นแหละ อย่าขยับหน้าไปมา จากนั้นรอให้ไข่ขาวแห้ง เมื่อไข่่ขาวแห้งจะรู้สึกได้ว่าหน้าจะตึงๆ เมื่อคิดว่าไข่ขาวแห้งสนิทแล้ว ก็ค่อยๆ ดึงมาร์คไข่ขาวออกทีละน้อย จะรู้สึกได้เลยว่าจะมีพวกเศษผิวหนังที่ตายแล้วและก็พวกสิ่งอุดตันรูขุมขน ตลอดจนพวกสิวหัวดำ สิวเสี้ยนต่างๆ ติดออกมาด้วย

หลังจากที่ลอกมาร์คไข่ขาวออกหมดแล้ว ก็ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เช็ดหน้าให้แห้ง เป็นอันเสร็จครับ เป็นงัยครับ สูตรมาร์คหน้าด้วยไข่ขาว ง่ายมั้ยละครับ ลองเอาไปทำดูน่ะครับ สำหรับใครที่มองหาวิธีรักษาสิวหัวดำแบบธรรมชาติอยู่ ได้ผล ไม่ได้ผลยังงัยมาบอกกันด้วยน่ะครับ

สิว บอกอารมณ์และโรคร้ายได้น่ะเออ

ตำแหน่งสิว บนผิวหน้า บ่งบอกอารมณ์และโรคร้ายได้อย่างคาดไม่ถึง

         
สีหน้าและแววตา ใช้สื่อถึงความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ ได้ แต่ผิวหน้าของคนเราก็สามารถสื่อถึงสุขภาพภายในร่างกายได้เหมือนกัน

        วิธีการสังเกตถึงสุขภาพภายในร่างกายของเราหรือของคนใกล้ตัวเรานั้น  ด้วยศาสตร์ใหม่จากการวิเคราะห์สภาพผิว Face Mapping กระบวนการพิสูจน์และวิเคราะห์สภาพผิวด้วยศาสตร์ตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในปรัชญาความคิดเบื้องต้นที่ว่า "ผิวหน้าสามารถบ่งบอกได้ถึงสุขภาพภายในร่างกายที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณ" ทำให้เข้าใจได้ถึงสาเหตุการเกิดปัญหาสุขภาพผิว

          ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพผิว จากศูนย์สุขภาพผิวเลียวนาร์ด เดรก ได้นำเสนอแนวทางการป้องกันโดยมีหลักในการวิเคราะห์สภาพผิวแบบ Face Mapping นั้นจะเป็นการวิเคราะห์สภาพผิวที่ละเอียดกว่าการวิเคราะห์ผิวโดยทั่วไป  โดยแบ่งส่วนใบหน้า  ลำคอ และแผ่นอกออกเป็น 4 โซน

สิวบอกโรค

สิวบอกโรค : โซนที่ 1 และโซนที่ 3 ถ้ามีปัญหาสิวบริเวณนี้ คุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ดังนั้นอาจต้องดื่มน้ำมากขึ้นหรือทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

          สิวบอกโรค : โซนที่ 2  สิวบริเวณหว่างคิ้ว เกี่ยวกับตับ อาจมีปัญหาในการย่อยแลคโทส (ดื่มนมไม่ได้) การทานอาหารรสจัดหรือทานอาหารดึกเกินไป 

          
สิวบอกโรค : โซนที่ 4 และโซนที่ 10 ผิวบริเวณหูนี้เป็นผลพวงของไต หากรู้สึกร้อนที่หู คุณอาจต้องลดการรับประทานเนื้อสัตว์ลง

          สิวบอกโรค : โซนที่ 5 และโซนที่ 9  บริเวณแก้มทั้งสองด้าน โดยแก้มส่วนบนจะเกี่ยวข้องกับไซนัสและปอด ส่วนแก้มส่วนล่าง เหงือกและฟัน สาเหตุอาจเป็นเพราะสูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ ภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรืออาจใช้บลัชออนและรองพื้นไม่เหมาะสม ถ้าเป็นริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้มอาจบ่งบอกถึงปัญหาเรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็นๆ หายๆ ที่แก้มด้านล่างอาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือโทรศัพท์มือถือไม่สะอาด

          สิวบอกโรค : โซนที่ 6 และโซนที่ 8 ตำแหน่งรอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับไต และปัญหาภูมิแพ้ สาเหตุมาจากเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ อาจไม่เหมาะสม หรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการมีสารพิษตกค้างในร่างกายมาก หรือพักผ่อนน้อย เปลือกตาหากมีความระคายเคือง อาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร

          สิวบอกโรค : โซนที่ 7  ผิวบริเวณจมูกและริมฝีปาก แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หากมีสิวบริเวณนี้อาจหมายถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน การรับประทานยาคุมกำเนิด

          สิวบอกโรค : โซนที่ 11 และโซนที่ 13 หากผิวบริเวณนี้แตกระแหง สามารถบอกได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาของฟันกราม หรือปัญหาเกี่ยวกับฟัน

         สิวบอกโรค : โซนที่ 12 สิวเรื่อๆ บริเวณคางนี้ สามารถบ่งบอกได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องลำไส้เล็ก ที่มีผลจากการรับประทานของเผ็ด

          สิวบอกโรค : โซนที่ 14 หากคุณมีสิวบริเวณนี้แล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณกำลังเครียดสูง

          นี่เป็นเพียงแค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อยของการวิเคราะห์สภาพผิวหน้าที่ทำให้ รู้ได้ถึงสุขภาพภายในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เราทราบได้ว่าจะต้องดูแลบำรุงทั้งสุขภาพภายในและภายนอกอย่างไร เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีทั้งสีหน้า แววตาและผิวพรรณที่เป็นสุขได้แล้ว

ที่มา: http://thaipost.net

ผลไม้ช่วยรักษาสิว

อาโวกาโด้


สิวกับผลไม้

ผลไม้สำหรับช่วยรักษาสิว: บทความนี้แปลมาจากบทความที่ฝรั่งเค้าเขียนเอาไว้น่ะครับ เกี่ยวกับวิธีรักษาสิวด้วยการรับประทานผลไม้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมมีประโยชน์หากเราได้รับแต่พอดี หากได้รับเยอะเกินไปก็อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ วันนี้จึงอยากจะนำเรื่อง ผลไม้ที่ช่วยรักษาสิว มาเล่าสู่กันฟังครับ

ในช่วงที่ผมกำลังหาวิธีรักษาสิวของตัวเองอยู่นั้น มีหมอจีนคนนึงแนะนำว่า "ถ้าอยากหายจากการเป็นสิว คุณควรจะรับประทานส้มทุกวันตอนเช้า แล้วคุณจะไม่พบกับปัญหาเรื่องสิวอีกเลย" เชื่อมั้ยว่า หลังจากที่ผมลองทำตามที่หมอจีนคนนั้นแนะนำ มันทำให้ผู้รู้สึกว่าระบบขับถ่ายของผมดีขึ้น และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหากร่างกายเรามีระบบขับถ่ายที่ดี และร่างกายทำงานเป็นปกติ ก็จะทำให้ไม่เป็นสิว ดังนั้น ทำให้ผมมานั่งนึกๆ ดูว่ามันมีผลไม้อะไรบ้างมั้ยที่รับประทานเข้าไปแล้ว สามารถช่วยรักษาหรือช่วยลดสิวลงไปได้บ้าง และผมยังนึกต่อไปว่า ถ้างั้น หากเรารับประทานเฉพาะผลไม้ ร่างกายเราคงดีแน่ๆ คงจะไม่เป็นสิวอีกต่อไปเลย แต่หารู้ไม่ว่า หากรับประทานอะไรอย่างเดียวเยอะๆ เกินความจำเป็น ไม่ได้ก่อประโยชน์ใดๆ เลย มีแต่จะเกิดโทษต่อร่างกาย
แอปเปิ้ล
เกรปฟรุต

 รับประทานผลไม้มากเกินไปทำให้เกิดสิวได้

จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายคุณหากคุณรับประทานผลไม้มากเกินไป นั่นก็คือ ร่างกายคุณจะได้รับประมาณน้ำตาลจำนวนมาก นอกจากนั้น การรับปทานผลไม้เยอะจะทำให้ร่างกายคุณมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นกับร่างกายเรา ดังนั้น หลังจากที่ผมทราบเรื่องนี้แล้ว จึงเริ่มปรับการรับประทานอาหาร โดยเพิ่มอาหารจำพวกผักสดเข้ามา จะช่วยให้ร่างกายเกิดสมดุลมากยิ่งขึ้น ด้านล่างนี้เป็นรายชื่อผลไม้ที่สามารถช่วยรักษาสิวได้ หากเรารับประทานแต่พอดี

  • อาโวคาโด้
  • กีวี
  • แอปเปิ้ล
  • ส้ม
  • องุ่น
  • ลูกแพร์
  • เกรปฟรุต

กีวี
การรับประทานผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวันย่อมดีต่อร่างกายของคุณ เนื่องจากผลไม้ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารของคุณดีขึ้น ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายสมดุล ช่วยเพิ่มน้ำในร่างกาย และยังให้วิตามินที่จำเป็นต่างๆ ต่อร่างกายอีกด้วย ข้อแนะนำคือ อย่ารับประทานมากจนเกินไป ส่วนใหญ่แล้วผมจะรับประทานประมาณวันละ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นส้ม ไม่ก็แอปเปิ้ล แต่ว่าถ้าคุณจะรับประทานผลไม้ตามรายการข้างบนที่ช่วยรักษาสิว ก็อย่าลืมรับประทานพวกผักสดด้วย เพื่อควบคุมให้ร่างกายไม่ได้รับน้ำตาลมากเกินไป

ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ช่วยรักษาสิวได้จริงหรือไม่?

คำถาม: ดื่มน้ำเยอะๆ สามารถรักษาสิว หรือป้องกันสิวได้จิงหรือไม่? และ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยให้ผิวหน้าสะอาด ใส จริงหรือไม่?

คำตอบ: คำตอบคือ ไม่ ในทางทฤษฏีฟังแล้วเหมือนดูดี แต่จริงๆ แล้วมันยังไม่ถูกต้องเท่าไหร่ เพราะยังไม่มีการศึกษาตามหลักวิชาการใดๆ พิสูจน์ได้ว่าการดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะทำให้ผิวสะอาด ใส และสุขภาพดี มันเป็นเพียงความเชื่อที่พูดต่อๆ กันมาเพียงเท่านั้น

ดื่มเมื่อตอนกระหายน้ำ
การดื่มน้ำควรดื่มเมื่อคุณกระหายน้ำ หากคุณไม่กระหายน้ำ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดื่ม


ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว
ปัจจัยที่ทำสิวเกิดมากขึ้นได้แก่ ความเครียด ภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร

การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญ
แม้ว่าเราจะไม่จำเป็นจะต้องดื่มน้ำให้ครบวันละ 8 แก้ว แต่เราก็ต้องดื่มน้ำให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการ เพราะน้ำถือว่าเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถขาดได้ สำหรับใครที่กำลังดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น น้ำถือว่าเป็นเครื่องดื่มหลักที่ควรดื่ม มากกว่าพวกเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือน้ำอัดลม

ที่มา: http://healing.about.com/od/diets/f/acne-water.htm

ว่านหางจระเข้รักษาสิวอักเสบได้จริงหรือ

ว่านหางจระเข้ สมุนไพรพื้นบ้านของไทยเรามีสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งในการรักษาสิวอักเสบ เนื่องจากว่าว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสมานแผลที่เกิดจากสิวอักเสบ ทำให้สิวอักเสบยุบได้อย่างรวดเร็ว วันนี้ทางทีมงานจึงอยากจะแนะนำสูตรการรักษาสิวอักเสบด้วยว่านหางจระเข้ เรามาดูวิธีทำกันเลยครับ

ก่อนอื่นนำว่านหางจระเข้ไปแช่น้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ยางสีเหลืองๆ ออกมา จากนั้นนำไปปอกเปลือกออกให้เหลือไว้แต่วุ้นใสๆ นำไปล้างเอายางเหลืองๆ ออกให้หมด จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ หรือบดให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาใช้

วิธีใช้: ทำไปทาบริเวณที่เป็นสิวอักเสบวันละ 1-2 ครั้ง สิวอักเสบก็จะยุบและแห้งเร็วขึ้น (ความชอบส่วนตัวน่ะครับ ผมชอบเอาไปแช่ตู้เย็นไว้ เวลาทาจะรู้สึกเย็นๆ ดี)

ผัก ผลไม้สด ถั่วและเมล็ดพืช ช่วยรักษาสิวได้

วันนี้ทางทีมงานมี Tip ดีๆ ในการรักษาสิวมาแนะนำเพื่อนๆ น่ะครับ นั่นก็คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารนั่นเอง โดยเพิ่มอาหารประเภทผัก ผลไม้สด ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ ให้มากขึ้นในอาหารแต่ละมื้อ วิธีการง่ายในการเพิ่มอาหารเหล่านี้ในอาหารของคุณคือ ให้นำผลไม้สุกต่างๆ นำมาปั่นทำน้ำผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแตงโม แตงไทย มะม่วง แอปเปิ้ล เยอะแยะอีกมากมายแล้วแต่คุณจะชอบน่ะครับ และนอกจากนั้น ในอาหารแต่ละมือควรเพิ่มสลัดผักเข้าไปด้วย ส่วนอาหารว่างก็หันมาใช้พวกผลิตภัณฑ์จากถั่วประเภทแต่ง เมล็ดพืช เช่น เมล็กฟักทอง เป็นต้น เนื่องจากว่าอาหารประเภทผัก ผลไม้สด ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ จะมีสารประเภท selenium และสังกะสีเยอะ โดยปกติแล้วร่างกายหากขาดสารเหล่านี้จะทำให้เกิดสิวได้ง่ายน่ะครับ

เมื่อรู้เทคนิค เคล็ดลับดีๆ ในการรักษาสิว และป้องกันสิวไม่ให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ลงมือปฏิบัติกันได้เลยน่ะครับ ลองปรับเปลี่ยนเมนูอาหารที่ทานในแต่ละมื้อดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาสิวให้กับเพื่อนๆ ได้น่ะครับ ไม่ลอง ไม่รู้ จริงมั้ย

วิธีรักษาสิวอุดตันให้อยู่หมัด

วันนี้ทางทีมงานมีวิธีรักษาสิวอุดตันอย่างถูกวิธีมานำเสนอน่ะครับ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสิวอย่างใกล้ชิดด้วยน่ะครับ เพราะผิวแต่ละคนจะตอบสนองต่อวิธีการรักษา และยารักษาสิวต่างๆ ได้ไม่เหมือนกัน

1. ครีมทาสิวอุดตัน กลุ่ม Tretinoin( Retin-A) เป็นยาที่เหมาะสมและใช้กันแพร่หลาย มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1 % อาจอยู่ในรูปของครีม เจล หรือน้ำ โดยพบว่ายิ่งความเข้มข้นสูง ยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่ก็จะระคายเคืองผิวหน้า และทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุย ถ้าความเข้มข้นสูง แต่การละลายเคืองอาจน้อยลง ถ้าล้างหน้าก่อนทายา 10-15 นาที

2. ยารับประทานกลุ่ม retinoids เช่น Roaccutane,Isotretionoin ช่วยลดปัญหาผิวมัน และละลายสิวอุดตันได้ดี ทั้งที่ใบหน้าและสิวตามลำตัว

3. ยาลอกขุย (Keratolytic agents) และยาทำให้ผิวแห้ง เช่น Salicylic acid ,Resorcinol,Sulphur,Aluminium oxide มักช่วยลอกขุย และทำให้สิวแห้งและหลุดออก มักใช้เป็นส่วนผสมของแป้งน้ำทาสิว( acne lotions)

4. การกดสิวอุดตัน มักจะทำได้เฉพาะกลุ่มสิวอุดตันหัวเปิด (สิวหัวดำ) เพราะจะหลุดออกได้ง่าย และควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นภายหลัง

5. การทำ Peeling ด้วย 30-50% TCA,PHA จะช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง ผนังสิวบางลง ทำให้สิวอุดตันฝ่อตัว และหลุดออกได้ง่าย

6. การทำ Iontophresis มักใช้ร่วมกับยากลุ่ม Tretionoin เพื่อช่วยผลักยาให้ซึมลงลึกไปละลายสิวอุดตันได้ดีกว่า การทายาปกติ

7. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion) พบว่าทำให้หัวสิวอุดตันหลุดออกได้ง่าย ทำให้หัวสิวเปิดออกเพื่อกดออกภายหลังได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง และสีผิวขาวขึ้น เรียบเนียนขึ้นได้ด้วย

หวังว่าแนวทางในการรักษาสิวอุดตันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องสิวอุดตันอยู่บ้างน่ะครับ ขอให้หายไวๆ น่ะครับทุกคน